การเป็นไกด์ ช่วยให้คุณขายได้ง่ายขึ้น
#MarketingสายDark
#การตลาดสายDark
#กระตุ้นอารมณ์
เคยสงสัยไหมทำเราถึงอินกับหนังซีรี่ ร้องไห้ หัวเราะ เศร้า ดีใจ ไปกับตัวละครในนั้น เพราะมันกระบวนการขายซ่อนอยู่
สิ่งนี้เราเรียกว่า "Customer Journy" หรือการผจญภัยของลูกค้า
หลายคนสงสัยว่ามันคืออะไร?
ยกตัวอย่างหนังซีรี่ที่คนไทยฮิตช่วงนี้ ก่อนอื่นเข้าจะพาคุณเข้าเรื่องราวของตัวละคร บรรยายเกี่ยวกับตัวละครแต่ละตัวว่าเขาคือใครและก็เริ่มสร้างสิ้นทางให้คุณร่วมเดินทางกับตัวละครตัวนั้น
หลายคนชอบ Iron Man ตัวละครในหนังของ Marvel
Marvel สร้าง ตัวละครชื่อ Iron Man หรือ โทนี่สตาร์ค มหาเศรษฐีหนุ่มนักประดิษฐ์เพลย์บอย พ่อค้าอาวุธสงคราม และเริ่มสร้างจุดเปลี่ยนชีวิตของตัวละครตัวนี้โดยการทำให้เจอปัญหาชีวิตครั้งใหญ่ทำให้เกือบตายอยู่ในถ่ำ เปลี่ยนวิธีคิด เริ่มสร้างประโยชน์ต่อสังคม และเริ่มพัฒนาเทคโนโลยี่ทำให้ Iron Man เก่งขึ้นเรื่อยๆ
คุณลองคิดดูสิ ถ้ามาถึงบอกว่า Iron Man เป็น Hero สู่กับใครก็ชนะแล้วจบเลยคุณจะรู้สึกยังไง...ก็งั้นๆ อะ
และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงชอบตัวละครตัวนี้ เพราะ Marvel ขายตัวละครตัวนี้ให้กับเรานั่นเอง
ว่า Iron Man ไม่ได้เป็น Hero เป็นแค่คนธรรมดา ไม่มีร่างกายที่เหนือธรรมชาติ มีปัญหาเหมือนคนทั่วไป แต่ Iron Man ก็เป็นแกนหลักในการต่อสู่เหล่าร้ายจากต่างดาว
และ Marvel รู้อยู่แล้วว่าคนจะชอบตัวละครตัวนี้เพราะเขาว่าเส้นทางทุกอย่างขายคุณให้ชอบตัวละครตัวนี้
เหมือนกัน...วันนี้เราจะต้องวางเส้นทางให้กับลูกค้าเจอสินค้าเราและทำไงให้เขารู้ได้ว่าสินค้าเราดียังไง และทำไมเขาถึงต้องซื้อสินค้านี้
ซึ่งถ้าคุณพาเขาเดินไปในทางที่เรากำหนดไว้ เขาจะรู้สึกทันที่ว่าสินค้าเราดีกว่าเจ้าอื่นยังไง
นึกถึง 7-11 เขาพาเราเขาไปในร้าน เดินเลือกซื้อของเองได้อย่างที่เราต้อง แต่ระหว่างทางเดินจะมีป้ายชีทางให้เราเห็นว่าสินค้าตัวไหนหน้าสนใจมีโปรโมชั่น และเราก็เขาไปดูสินค้านั้นใกล้ ก็จะมีป้ายบอกว่าสินค้านี้มีอะไรพิเศษ แถมแสตมป์ 7-11 นั่นเอง ตอนนี้คุ้นๆ ไหม...ว่าเราโดนอะไรกันบ้าง
ตอนนี้พอถึงเวลาจ่ายเงินหน้าเคาท์เตอร์ ถ้าเราซื้อขนาดพนักงานก็ถามว่ารับขนมจีบ ซาลาเปาเพิ่มมัยคะ และเราก็โดนไป หรืออาจจะแจ้งสินค้าโปรโมชั่นพิเศษแทน
เราโดนนักการตลาดพาเราเดินทางไปอย่างที่เขาต้องการเสมอ และนั่นทำให้เราซื้อสินค้าง่ายขึ้น
ยังมีตัวอย่างอีกเยอะมาก เช่น ประกันชีวิต มันจะพาเราเข้าไปในช่วงวิกฤตของใครบางคนที่ไม่เงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล จิตตก ต้องขายบ้าน ขายรถทิ้ง ทำให้ชีวิตแย่สุดๆ และก็บอกว่าถ้าเราไม่มีประกันชีวิตเราอาจเป็นแบบนี้ แต่บังเอิญเขาทำประกันทำให้ชีวิตไม่ต้องเจอสถานะการณ์แบบนั้น ทำให้ลายคนซื้อประกันเพื่อเซฟความเสี่ยงตรงนั้นเห็นมัยครับ
แต่ถ้ามาถึงและบอกว่าพี่ซื้อประกันมัย แน่นอนไม่มีคนซื้อแน่ๆ คุณเห็นด้วยถูกไหม
เห็นไหมครับ เวลาทำโฆษณา เราควรทำตัวเป็นไกด์ที่พาลุกค้าของเราไปยังจุดที่เราต้องการให้ไป และมันจะทำให้ลูกค้าตระหนักและคิดถึงสินค้าเรามากขึ้น
อย่าลืมพาลูกค้าไปยังที่เราต้องการให้เขาเห็นความสำคัญของสินค้าเรา และคุณจะเห็นว่าลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายแค่ไหน
#MarketingสายDark
#การตลาดสายDark
#กระตุ้นอารมณ์
เคยสงสัยไหมทำเราถึงอินกับหนังซีรี่ ร้องไห้ หัวเราะ เศร้า ดีใจ ไปกับตัวละครในนั้น เพราะมันกระบวนการขายซ่อนอยู่
สิ่งนี้เราเรียกว่า "Customer Journy" หรือการผจญภัยของลูกค้า
หลายคนสงสัยว่ามันคืออะไร?
ยกตัวอย่างหนังซีรี่ที่คนไทยฮิตช่วงนี้ ก่อนอื่นเข้าจะพาคุณเข้าเรื่องราวของตัวละคร บรรยายเกี่ยวกับตัวละครแต่ละตัวว่าเขาคือใครและก็เริ่มสร้างสิ้นทางให้คุณร่วมเดินทางกับตัวละครตัวนั้น
หลายคนชอบ Iron Man ตัวละครในหนังของ Marvel
Marvel สร้าง ตัวละครชื่อ Iron Man หรือ โทนี่สตาร์ค มหาเศรษฐีหนุ่มนักประดิษฐ์เพลย์บอย พ่อค้าอาวุธสงคราม และเริ่มสร้างจุดเปลี่ยนชีวิตของตัวละครตัวนี้โดยการทำให้เจอปัญหาชีวิตครั้งใหญ่ทำให้เกือบตายอยู่ในถ่ำ เปลี่ยนวิธีคิด เริ่มสร้างประโยชน์ต่อสังคม และเริ่มพัฒนาเทคโนโลยี่ทำให้ Iron Man เก่งขึ้นเรื่อยๆ
คุณลองคิดดูสิ ถ้ามาถึงบอกว่า Iron Man เป็น Hero สู่กับใครก็ชนะแล้วจบเลยคุณจะรู้สึกยังไง...ก็งั้นๆ อะ
และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงชอบตัวละครตัวนี้ เพราะ Marvel ขายตัวละครตัวนี้ให้กับเรานั่นเอง
ว่า Iron Man ไม่ได้เป็น Hero เป็นแค่คนธรรมดา ไม่มีร่างกายที่เหนือธรรมชาติ มีปัญหาเหมือนคนทั่วไป แต่ Iron Man ก็เป็นแกนหลักในการต่อสู่เหล่าร้ายจากต่างดาว
และ Marvel รู้อยู่แล้วว่าคนจะชอบตัวละครตัวนี้เพราะเขาว่าเส้นทางทุกอย่างขายคุณให้ชอบตัวละครตัวนี้
เหมือนกัน...วันนี้เราจะต้องวางเส้นทางให้กับลูกค้าเจอสินค้าเราและทำไงให้เขารู้ได้ว่าสินค้าเราดียังไง และทำไมเขาถึงต้องซื้อสินค้านี้
ซึ่งถ้าคุณพาเขาเดินไปในทางที่เรากำหนดไว้ เขาจะรู้สึกทันที่ว่าสินค้าเราดีกว่าเจ้าอื่นยังไง
นึกถึง 7-11 เขาพาเราเขาไปในร้าน เดินเลือกซื้อของเองได้อย่างที่เราต้อง แต่ระหว่างทางเดินจะมีป้ายชีทางให้เราเห็นว่าสินค้าตัวไหนหน้าสนใจมีโปรโมชั่น และเราก็เขาไปดูสินค้านั้นใกล้ ก็จะมีป้ายบอกว่าสินค้านี้มีอะไรพิเศษ แถมแสตมป์ 7-11 นั่นเอง ตอนนี้คุ้นๆ ไหม...ว่าเราโดนอะไรกันบ้าง
ตอนนี้พอถึงเวลาจ่ายเงินหน้าเคาท์เตอร์ ถ้าเราซื้อขนาดพนักงานก็ถามว่ารับขนมจีบ ซาลาเปาเพิ่มมัยคะ และเราก็โดนไป หรืออาจจะแจ้งสินค้าโปรโมชั่นพิเศษแทน
เราโดนนักการตลาดพาเราเดินทางไปอย่างที่เขาต้องการเสมอ และนั่นทำให้เราซื้อสินค้าง่ายขึ้น
ยังมีตัวอย่างอีกเยอะมาก เช่น ประกันชีวิต มันจะพาเราเข้าไปในช่วงวิกฤตของใครบางคนที่ไม่เงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล จิตตก ต้องขายบ้าน ขายรถทิ้ง ทำให้ชีวิตแย่สุดๆ และก็บอกว่าถ้าเราไม่มีประกันชีวิตเราอาจเป็นแบบนี้ แต่บังเอิญเขาทำประกันทำให้ชีวิตไม่ต้องเจอสถานะการณ์แบบนั้น ทำให้ลายคนซื้อประกันเพื่อเซฟความเสี่ยงตรงนั้นเห็นมัยครับ
แต่ถ้ามาถึงและบอกว่าพี่ซื้อประกันมัย แน่นอนไม่มีคนซื้อแน่ๆ คุณเห็นด้วยถูกไหม
เห็นไหมครับ เวลาทำโฆษณา เราควรทำตัวเป็นไกด์ที่พาลุกค้าของเราไปยังจุดที่เราต้องการให้ไป และมันจะทำให้ลูกค้าตระหนักและคิดถึงสินค้าเรามากขึ้น
อย่าลืมพาลูกค้าไปยังที่เราต้องการให้เขาเห็นความสำคัญของสินค้าเรา และคุณจะเห็นว่าลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายแค่ไหน
ลิ้งค์เกี่ยวข้องการตลาดสายดาร์ค
- สิ่งที่ต้องรู้ถ้าอยากเพิ่มยอดขาย
- เรียนรู้ "Customer Journy" เพื่อช่วยเพิ่มยอดขาย
- การวางภาพใน Page ก็ทำให้คนใจได้? การตลาดสายดาร์ค

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น